ฉันตกลงสงบศึกกับจิตใจ

หนังสือ ฉันตกลงสงบสึกกับจิตใจ
อยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความเป็นจริง พัฒนาตัวเอง และทำให้ตัวเอง เป็นในแบบที่ดีที่สุด

by Tsuneko Nakamura เขียน
Hiromi Okuda เรียบเรียง
จิตรลดา มีเสมา แปล

เป็นหนังสืออีกเล่ม ที่อ่านได้ต่อเนื่องจนจบ ในช่วงที่จิดใจไม่สงบ ค่อนข้างดาวน์ และไม่มั่นคงในอารมณ์ความรู้สึก

มันเป็นความจริงอย่างมาก ที่คนเรามักเลือกที่จะรู้สึกทั้งดีและไม่ดี และรู้ว่ารู้สึกแบบนี้ไม่ดี พาลหยุด หรือพาลให้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเลวร้ายลงเสมอ

ถ้าความคิดไม่กระจ่าง หรือรู้สึกมวลๆ มองไม่ชัด คิดอะไรไม่ออก หรือไม่รู้ต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่ตัวเองเป็นอยู่ หนังสือเล่มนี้ บอกแนวทางปฎิบัติตัว ให้ก้าวต่อไปอย่าหยุด

สิ่งที่ฉันตกตะกอนในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ความบ้าคลั่งและคุ้มคลั่งของอารมณ์ มันครอบงำฉันให้ฉันขุ่นมัว มีความไม่เข้าใจ มีความคิดวิตก มีความสงสัยในตัวเอง ความสงสัยในสิ่งที่ทำ ทำแล้วอนาคตจะเป็นยังไง กังวลกับเรื่องที่ยังไม่ไม่ถึงเสมอ เอาความคิดความกังวล ไปคาดหวังกับคนรัก และคนรอบตัว แบบขาดสติ ในการไม่มองแบบความเป็นจริง และไม่อยู่กับปัจจุบัน

และนี่เป็นส่วนหนึ่งที่ฉันตกตะกอนความคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้

  1. คำว่า “อยู่กับปัจจุบัน” : เห็นข้อความนี้ครั้งแรกใน Status Line ของ Supplier ที่ฉันเคยดีลงานด้วยตอนสมัยเป็นจัดซื้อ ครั้งแรกที่เห็นก็คิด เอะ…เเล้วเราไม่อยู่กับปัจจุบันตรงไหน นี่ไงปัจจุบัน 🫠
    >> พอถึงการเปลี่ยนผ่านของฉัน ฉันเปลี่ยนสายงาน มาเป็น Data Analyst ทำให้มีความคิด ความกลัว กังวลหลายอย่างมาก ๆ เกี่ยวกับตัวเอง เช่น ฉันยังดีไม่พอ ฉันยังเก่งไม่พอ เดี๋ยวจะต้องแย่แน่ ถ้าเป็นแบบนี้ บลาๆ จนไม่มองว่าปัจจุบันสามารถทำอะไรได้บ้าง ได้แต่กังวลไปก่อนกาล และไม่คิดถึงปัจจุบันที่เป็นอยู่และสิ่งที่มีและทำได้ดีอยู่เลย
    หนังสือเล่มนี้บอกแนวทางให้ปล่อยวางอย่างเรียบง่าย แบบว่า เรียบง่ายมากๆ คือให้เข้าใจทุกขณะ ว่าตอนนี้ เราทำอะไรอยู่ และอย่าไปกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ถึงเวลา “หิว” ก็ “กิน” ถึงเวลา “นอน” ก็ “นอน” และไม่ทำกับปัจจุบันแบบขอไปที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตนเอง เรื่องงานก็ตาม ควรใส่ใจให้ดีที่สุด
  2. ถึงแม้จะล้มเหลวก็ “อย่าหยุด” : คำว่าหยุดในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่งเฉยๆ ไม่ทำอะไร แต่ในความหมายคือการ “ล้มเลิก”
    เช่น ทำอะไรไม่ได้เรื่อง เลยลาออกจากงาน เลิกกับคนรัก หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน
    เมื่อเจอสถานการณ์ ที่ถาโถม คิดไม่ตกแบบนี้ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การหยุด เพราะการหยุดมีแต่จะทำให้แย่ลง ให้พยายามต่อไป ทำต่อไป พยายามหน่อย แม้จะครึ่ง ๆ กลาง ๆ ก็รักษาระดับของเราไว้ที่ 60-80% ก็พอ
  3. ถ้าเราเกิดความกลุ้มใจ ความกังวล มันมากจะคิดเกินความเป็นจริง (จริงๆนะ 😣) เพราะจาก 1 จะเป็น 10 เป็น 20 ต้องรู้ตัว และเตือนสติให้หยุดคิด! ผ่อนคลาย (Relax) นอนก่อนแล้วค่อยคิดพรุ่งนี้ ต้องปล่อยวางให้เป็น สิ่งที่เกี่ยวโยงกันมากที่สุดคือการนอน (สำคัญมากสำหรับตัวฉันนะ 😂) หน้าที่ที่ต้องทำตอนกลางคืน คือ “นอนให้พอ” และตื่นขึ้นมาตอนเช้า พอสมองโปร่ง จะเกิดความคิดใหม่ๆ มุมมองต่อสิ่งต่างๆ ก็จะเปลี่ยนไปด้วย
  4. ยารักษาตัวเองจากความเศร้า คือ “เวลา” 🕕 ความทรงจำมันจะไม่หายไปอย่างถาวร แต่จะเลือนลางไปตามกาลเวลา อดีตเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และลบไม่ได้ แต่จะเลือนลางไปตามกาลเวลา ต้องผ่านไปให้ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น และสิ่งที่ทำให้ตัวเองไม่คิดฟุ้งซ่านก็คือ ไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง ทำงาน หรือหาเวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ออกกำลังกาย หรือหาอะไรทำสนุกๆ ก็ได้
  5. ชีวิตคือการอดทน 💪: อย่าหาวิธีที่ไม่ต้องอดทน เด็ดขาด แต่ให้คิดวิธีอดทนแบบสบาย ๆ ดีกว่า คือการกำหนดเส้นชัย หรือเวลาเอาไว้ช่วยให้อดทนสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น เช่น ฉันต้องอ่านหนังสือวันนี้ เปลี่ยนเป็น วันนี้อ่านหนังสือ 3 – 4 ทุ่มเสร็จเเล้วก็จะได้ไปเล่นเกมที่ฉันชอบ หรือ การวิ่งเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ถ้ากำหนดเป็นเวลา 1 ชม วิ่งไปฟังเพลงหรือพอตแคสที่ชอบ เวลาก็แปปเดียว แต่ในหนังสือยกตัวอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว คือคุณหมอ สึเนะโกะ อดทนกับสามี ซึ่งคุณหมอมีลูกและให้ความสำคัญกับลูกมากที่สุด ไม่สามารถหย่ากับสามีได้ เพราะคุณหมอต้องการให้ครอบครัวสงบสุขเพื่อให้ลูกได้มีชีวิตที่ดี ซึ่งเป้าหมายที่คุณหมอตั้งไว้ ก็คือจะอยู่ด้วยกันเป็นคู่สามีภรรยา ไปจนถึงวันที่ลูกทั้งสองคนแต่งงาน การอดทนของคุณหมอก็เลยไม่ใช่เรื่องยาก ปล่อยวางได้เมื่อรู้ถึงเป้าหมาย
  6. อย่าหลงทางว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต และใช้ชีวิตอย่างซื่อตรง เวลานี้คือเวลาของงานนะ เวลานี้คือเวลาของความสัมพันธ์ ทำทุกอย่างให้เต็มที่ และไม่ทำแบบขอไปทีคือสิ่งสำคัญ
  7. บริษัทเป็นกล่องทำเงิน ที่สร้างไว้ จะทำต่อหรือจะเลิก เราเลือกเองได้ การที่ทำงานจนป่วย ทั้งกายและใจ ต้องรู้ตัวว่าไม่ไหว ซึ่งคำพูดที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ก็จริง แต่ต้องดูร่างกายและจิตใจด้วย ซึ่งความคิดอยากหลีกหนีก็เป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยเช่นกัน ดังนั้นจากที่เขียนมา เรามีสิทธิ์เลือกทุกอย่าง เลือกที่จะรู้สึก เลือกที่จะทำ เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

และอยากขอย้ำเตือนตัวเอง ให้เอาเวลาที่ทุกข์ใจ มาทำปัจจุบันให้ดีที่สุด 💪🦾

👩‍💻

ใส่ความเห็น