อันนี้เป็นโน้ตจากครอสเรียนออนไลน์ Data Science Bootcamp DataRockie รุ่น 10 ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจ กับการตอบคำถามที่หลายคนอาจจะคิดอยู่หลาย ๆ ครั้ง ว่า เอ๊ะ? ทำยังไงนะ ให้เราที่เรียน หลาย ๆ อย่างแล้วทำให้ไม่ลืม!!
สมองของคนเรามีความซับซ้อนมาก มีทั้งการจดจำระยะสั้น (Short-term memory) ช่วยให้เราเก็บ Information ได้หลายวินาทีไปจนถึง 1 นาทีโดยไม่ต้องท่องจำ ส่วนความจำระยะยาว ( Long-term memory) จะสามารถเก็บ information ได้ยาวนานกว่า Short-term เเต่เราต้องทบทวนอยู่เสมอ เพื่อให้จดจำได้ยาวนาน และถ้าองค์ความรู้ของเรามากยิ่งขึ้น ใหญ่ขึ้น จะต้องใช้เวลาทบทวนเท่าไร ให้สามารถจดจำทั้งหมดได้.. ..
แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเรามี สมองที่สอง (Second Brain) ที่ไม่หายไปไหน และยังสามารถสืบค้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจำแนก และ organize ข้อมูลต่างๆของเราได้เป็นอย่างดี …
หนังสือแนะนำ Building a Second Brain โดย Tiago Forte

- ทบทวนประวิติศาสตร์
- Knowledge Bugging Blocks – การจดโน้ตสรุปองค์ความรู้
- Second Brain – โรงงานผลิตความคิด
ทบทวนประวิติศาสตร์
จากประวัติศาสตร์ของแต่ละยุค …
- SPACE ERA – ยุคที่ล่าอนานิคมเขตแดน หาทรัพยากรที่มีจำกัด เช่น ที่ดิน
- TIME ERA – ยุคที่ชนชั้นกลาง ที่เวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด >คนขายเวลาเพื่อหาเงิน
- ATTENTION ERA – ยุคเศรษฐกิจ ที่ซื้อขาย Attention เพื่อแย่งความสนใจในเรื่องต่าง ๆ
- PERSPECTIVE ERA – ยุคที่ Content เยอะ ไม่แบ่งแยก ความมีประโยชน์กับชีวิต, เป็นยุคที่ต้องแบ่งแยก มุมมองกับปัญหาต่าง ๆ
ซึ่งปัจจุบันคนทำงานเป็น Knowledge Worker และใช้เวลาการทำงาน 1/4 ชั่วโมง ในการค้นหาข้อมูล > และพบว่า อีก 56% หาข้อมูลไม่เจอ > และ 44% ก็หาไม่เจอแบบไม่เจอจริงๆ นั่นแหละ
ดังนั้นการจดบันทึกและมีกระบวนการจัดเก็บจะช่วยลดกระบวนการค้นหาและพบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
Knowledge Bugging Blocks – การจดโน้ตสรุปองค์ความรู้
ซึ่งการจดโน้ตที่ช่วยให้เราจดจำได้ง่าย และช่วยให้ซึมซับองค์ความรู้ที่มี ควรมีหลักการดังนี้
- ต้องเขียนเป็นภาษาของตัวเอง
- เขียนในมุมมองตัวเอง
- เขียนจากประสบการณ์ตัวเองและการตกผลึกของตัวเอง
- เก็บในที่ปลอดภัย เช่น Digital Platform อย่าง Notion เป็นต้น
ซึ่งการจดโน้ตที่อ่านง่าย จะช่วยให้เรา อ่านได้รวดเร็ว
ซึ่งการอ่านนั้นจะช่วยให้เราซึมซับ idea / information ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งคนเราสามารถอ่านได้ประมาณ 238 – 300 คำต่อนาที (แต่ถ้าพูดจะได้แค่ประมาณ 110 -150 คำต่อนาทีเอง )

Second Brain – โรงงานผลิตความคิด
การจดเปรียบเสมือนการสร้างแหล่งเก็บความคิด ยิ่งจดไอเดียมากเท่าไร ยิ่งสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ง่ายขึ้น คล้ายการต่อ LEGO และไอเดียของเราจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และจะสามารถสร้างคุณค่าได้มากยิ่งขึ้น และมุมมองต่อโลกก็จะชัดเจนมากยิ่งขึ้น
Concept Second Brain
ซึ่ง Concept PKM (Personal Knowledge Management) 3 State ได้แก่
- Remembering = การจดจำได้
- Connecting = การเชื่อมต่อองค์ความรู้ที่มี
- Creating = การสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ซึ่งจาก PKM ดังกล่าว ทางผู้เขียน Tiago Forte ได้ Code Method ใหม่มาจาก step ด้านบน คือ
- Capture ทุกครั้งที่มีไอเดีย ต้องรีบ Capture
> เช่น การจดโน้ต การบันทึกเสียง - Organize จัดเรียงองค์ความรู้ที่ได้
- Distill สกิลในการจดคือ “การย่อย” เป็นสกิลที่สำคัญมาก
- Express การแชร์องค์ความรู้ ต่างๆ “Show your Work”
เรามาลงรายละเอียดแต่ละ Code Method กัน
Capture
information หรือข้อมูลมักจะหลั่งไหลมาจากที่ต่าง ๆ มากมายใช่ไหมคะ ที่มาของ Information 12 แหล่งนี้ อาจเป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจ (inspiration) ซึ่งการสร้างชุดคำถามจากหัวข้อเหล่านี้จะช่วยให้เรา ได้รับ information ที่ดีขึ้น และต้องเป็นคำถามปลายเปิด
ตัวอย่างคำถาม เราจะหารายได้มากกว่านี้อย่างไร โดยการที่เราทำงานน้อยลง 😆
External
- Highlights => ไฮไลท์
- Quotes => คำคม
- Bookmarks & Favorites => บุ๊กมาร์คและรายการโปรด
- Voice memos => บันทึกเสียง
- Meeting notes => บันทึกการประชุม
- Images => รูปภาพ
- Takeaways => สิ่งที่เราได้เรียนรู้
Internal
- Stories => เรื่องราว
- Insights => ข้อคิดเห็น
- Memories => ความทรงจำ
- Reflections => ความคิดสะท้อน
- Musing (Random Ideas) = ความครุ่นคิด(ความคิดสุ่ม) ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวเรา
Organize
การจัดเรียง หรือลำดับความสำคัญ เราจะใช้หลักการ P.A.R.A. (ยาแก้ปวด เอ้ย ม่ายช่ายย)

ความหมายแต่ละตัวดังนี้
- Project: ระยะสั้น ที่โฟกัสในช่วงเวลา เช่น การเรียน Boot Camp
(ต้องมี Timeline และ Deadline และมีเป้าหมาย) - Area: ระยะยาว ที่เป็นความรับผิดชอบ เช่น การรักษาสุขภาพ การดูแลตัวเอง (ไม่มี Deadline และ Private )
- Resource: เรื่องราวที่สนใจ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไรนะ เช่น การเรียนออกแบบดีไซน์ การทำ Video Content
(ไม่มี Deadline แต่ สามารถ Share ให้คนอื่นได้) - Archive: อะไรก็ตาม ที่มีประโยชน์ หรือสิ่งที่ทำจบเเล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้อีกทีเมื่อไร > เอามาเก็บในนี้เลย
Distill
คือการย่อย information ให้เล็ก และสามารถนำไปใช้ต่อได้ง่าย
ซึ่งหลักการย่อยจากการอ่าน ในการจดโน้ต ให้เราเลือกจุดที่สำคัญที่สุด ด้วยหลักการ Progressive Summarization ซึ่งได้แก่
- Capture Note => Copy & Pate เลยจ้า ในส่วนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นเนื้อหาหลัก
- Bold Passages => ทำตัวหนังสือหนา
- Highlight Passages => ภายใต้ตัวหนังสือหนาให้เรา Highlight เพิ่มในส่วนสำคัญ
- Executive Summary => สรุปเป็น Summary ออกมา
ตัวอย่าง

Express
คือการแชร์องค์ความรู้ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเขียนองค์ความรู้ของเราออกมาอย่างเว็บไซต์นี้ 😂 ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวก็เคยติดว่าต้องเขียนให้สมบูรณ์แบบนะ ห้ามมีข้อผิดพลาดเลยนะ! ซึ่งมันทำให้ติดหล่มหน่อยๆ ทำให้เราไม่มีผลงานออกมาเลย
ดังนั้นควรใช้หลัก thinking Small ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบก่อนค่อยแชร์ ถึงจะมีข้อผิดพลาดเยอะ แต่ให้เราเก็บ Feed Back และนำไปแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น
ทบทวน … 💪
Second Brain คือการจดโน้ต เพื่อป้องกันการหลงลืม และช่วยให้เรากลับมาค้นหาองค์ความรู้ได้อย่างง่ายดาย ในที่ยี้แนะนำบน Digital Platform ซึ่งมี Concept คือ
- Capture
- Organize
- Distill
- Express
เท่านี้ก็สร้าง Second Brain เพื่อการจดจำในระยะยาว และไม่ลืม และสามารถกลับมทบทวนกันได้บ่อย ๆ 👩🏻💻
จบเเล้วค่ะ 😄
ใส่ความเห็น