Building a Second Brain

อันนี้เป็นโน้ตจากครอสเรียนออนไลน์ Data Science Bootcamp DataRockie รุ่น 10 ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจ กับการตอบคำถามที่หลายคนอาจจะคิดอยู่หลาย ๆ ครั้ง ว่า เอ๊ะ? ทำยังไงนะ ให้เราที่เรียน หลาย ๆ อย่างแล้วทำให้ไม่ลืม!!

สมองของคนเรามีความซับซ้อนมาก มีทั้งการจดจำระยะสั้น (Short-term memory) ช่วยให้เราเก็บ Information ได้หลายวินาทีไปจนถึง 1 นาทีโดยไม่ต้องท่องจำ ส่วนความจำระยะยาว ( Long-term memory) จะสามารถเก็บ information ได้ยาวนานกว่า Short-term เเต่เราต้องทบทวนอยู่เสมอ เพื่อให้จดจำได้ยาวนาน และถ้าองค์ความรู้ของเรามากยิ่งขึ้น ใหญ่ขึ้น จะต้องใช้เวลาทบทวนเท่าไร ให้สามารถจดจำทั้งหมดได้.. ..

แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเรามี สมองที่สอง (Second Brain) ที่ไม่หายไปไหน และยังสามารถสืบค้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งจำแนก และ organize ข้อมูลต่างๆของเราได้เป็นอย่างดี …

หนังสือแนะนำ Building a Second Brain โดย Tiago Forte

  1. ทบทวนประวิติศาสตร์
  2. Knowledge Bugging Blocks – การจดโน้ตสรุปองค์ความรู้
  3. Second Brain – โรงงานผลิตความคิด
    1. Concept Second Brain
      1. Capture
      2. Organize
      3. Distill
      4. Express

ทบทวนประวิติศาสตร์

จากประวัติศาสตร์ของแต่ละยุค …

  • SPACE ERA – ยุคที่ล่าอนานิคมเขตแดน หาทรัพยากรที่มีจำกัด เช่น ที่ดิน
  • TIME ERA – ยุคที่ชนชั้นกลาง ที่เวลาเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด >คนขายเวลาเพื่อหาเงิน
  • ATTENTION ERA – ยุคเศรษฐกิจ ที่ซื้อขาย Attention เพื่อแย่งความสนใจในเรื่องต่าง ๆ
  • PERSPECTIVE ERA – ยุคที่ Content เยอะ ไม่แบ่งแยก ความมีประโยชน์กับชีวิต, เป็นยุคที่ต้องแบ่งแยก มุมมองกับปัญหาต่าง ๆ

ซึ่งปัจจุบันคนทำงานเป็น Knowledge Worker และใช้เวลาการทำงาน 1/4 ชั่วโมง ในการค้นหาข้อมูล > และพบว่า อีก 56% หาข้อมูลไม่เจอ > และ 44% ก็หาไม่เจอแบบไม่เจอจริงๆ นั่นแหละ

ดังนั้นการจดบันทึกและมีกระบวนการจัดเก็บจะช่วยลดกระบวนการค้นหาและพบข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

Knowledge Bugging Blocks – การจดโน้ตสรุปองค์ความรู้

ซึ่งการจดโน้ตที่ช่วยให้เราจดจำได้ง่าย และช่วยให้ซึมซับองค์ความรู้ที่มี ควรมีหลักการดังนี้

  • ต้องเขียนเป็นภาษาของตัวเอง
  • เขียนในมุมมองตัวเอง
  • เขียนจากประสบการณ์ตัวเองและการตกผลึกของตัวเอง
  • เก็บในที่ปลอดภัย เช่น Digital Platform อย่าง Notion เป็นต้น

ซึ่งการจดโน้ตที่อ่านง่าย จะช่วยให้เรา อ่านได้รวดเร็ว

ซึ่งการอ่านนั้นจะช่วยให้เราซึมซับ idea / information ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งคนเราสามารถอ่านได้ประมาณ 238 – 300 คำต่อนาที (แต่ถ้าพูดจะได้แค่ประมาณ 110 -150 คำต่อนาทีเอง )

Second Brain จากคลาสเรียน Data Science Bootcamp #10 DataRockie

Second Brain – โรงงานผลิตความคิด

การจดเปรียบเสมือนการสร้างแหล่งเก็บความคิด ยิ่งจดไอเดียมากเท่าไร ยิ่งสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ง่ายขึ้น คล้ายการต่อ LEGO และไอเดียของเราจะยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และจะสามารถสร้างคุณค่าได้มากยิ่งขึ้น และมุมมองต่อโลกก็จะชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Concept Second Brain

ซึ่ง Concept PKM (Personal Knowledge Management) 3 State ได้แก่

  • Remembering = การจดจำได้
  • Connecting = การเชื่อมต่อองค์ความรู้ที่มี
  • Creating = การสร้างสรรค์สิ่งใหม่

ซึ่งจาก PKM ดังกล่าว ทางผู้เขียน Tiago Forte ได้ Code Method ใหม่มาจาก step ด้านบน คือ

  • Capture ทุกครั้งที่มีไอเดีย ต้องรีบ Capture
    > เช่น การจดโน้ต การบันทึกเสียง
  • Organize จัดเรียงองค์ความรู้ที่ได้
  • Distill สกิลในการจดคือ “การย่อย” เป็นสกิลที่สำคัญมาก
  • Express การแชร์องค์ความรู้ ต่างๆ “Show your Work”

เรามาลงรายละเอียดแต่ละ Code Method กัน

Capture

information หรือข้อมูลมักจะหลั่งไหลมาจากที่ต่าง ๆ มากมายใช่ไหมคะ ที่มาของ Information 12 แหล่งนี้ อาจเป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจ (inspiration) ซึ่งการสร้างชุดคำถามจากหัวข้อเหล่านี้จะช่วยให้เรา ได้รับ information ที่ดีขึ้น และต้องเป็นคำถามปลายเปิด

ตัวอย่างคำถาม เราจะหารายได้มากกว่านี้อย่างไร โดยการที่เราทำงานน้อยลง 😆

External

  • Highlights => ไฮไลท์
  • Quotes => คำคม
  • Bookmarks & Favorites => บุ๊กมาร์คและรายการโปรด
  • Voice memos => บันทึกเสียง
  • Meeting notes => บันทึกการประชุม
  • Images => รูปภาพ
  • Takeaways => สิ่งที่เราได้เรียนรู้

Internal

  • Stories => เรื่องราว
  • Insights => ข้อคิดเห็น
  • Memories => ความทรงจำ
  • Reflections => ความคิดสะท้อน
  • Musing (Random Ideas) = ความครุ่นคิด(ความคิดสุ่ม) ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวเรา

Organize

การจัดเรียง หรือลำดับความสำคัญ เราจะใช้หลักการ P.A.R.A. (ยาแก้ปวด เอ้ย ม่ายช่ายย)

ความหมายแต่ละตัวดังนี้

  • Project: ระยะสั้น ที่โฟกัสในช่วงเวลา เช่น การเรียน Boot Camp
    (ต้องมี Timeline และ Deadline และมีเป้าหมาย)
  • Area: ระยะยาว ที่เป็นความรับผิดชอบ เช่น การรักษาสุขภาพ การดูแลตัวเอง (ไม่มี Deadline และ Private )
  • Resource: เรื่องราวที่สนใจ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้เมื่อไรนะ เช่น การเรียนออกแบบดีไซน์ การทำ Video Content
    (ไม่มี Deadline แต่ สามารถ Share ให้คนอื่นได้)
  • Archive: อะไรก็ตาม ที่มีประโยชน์ หรือสิ่งที่ทำจบเเล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้อีกทีเมื่อไร > เอามาเก็บในนี้เลย

Distill

คือการย่อย information ให้เล็ก และสามารถนำไปใช้ต่อได้ง่าย

ซึ่งหลักการย่อยจากการอ่าน ในการจดโน้ต ให้เราเลือกจุดที่สำคัญที่สุด ด้วยหลักการ Progressive Summarization ซึ่งได้แก่

  • Capture Note => Copy & Pate เลยจ้า ในส่วนที่เราคิดว่าน่าจะเป็นเนื้อหาหลัก
  • Bold Passages => ทำตัวหนังสือหนา
  • Highlight Passages => ภายใต้ตัวหนังสือหนาให้เรา Highlight เพิ่มในส่วนสำคัญ
  • Executive Summary => สรุปเป็น Summary ออกมา

ตัวอย่าง

Express

คือการแชร์องค์ความรู้ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเขียนองค์ความรู้ของเราออกมาอย่างเว็บไซต์นี้ 😂 ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวก็เคยติดว่าต้องเขียนให้สมบูรณ์แบบนะ ห้ามมีข้อผิดพลาดเลยนะ! ซึ่งมันทำให้ติดหล่มหน่อยๆ ทำให้เราไม่มีผลงานออกมาเลย

ดังนั้นควรใช้หลัก thinking Small ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบก่อนค่อยแชร์ ถึงจะมีข้อผิดพลาดเยอะ แต่ให้เราเก็บ Feed Back และนำไปแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น

ทบทวน … 💪

Second Brain คือการจดโน้ต เพื่อป้องกันการหลงลืม และช่วยให้เรากลับมาค้นหาองค์ความรู้ได้อย่างง่ายดาย ในที่ยี้แนะนำบน Digital Platform ซึ่งมี Concept คือ

  • Capture
  • Organize
  • Distill
  • Express

เท่านี้ก็สร้าง Second Brain เพื่อการจดจำในระยะยาว และไม่ลืม และสามารถกลับมทบทวนกันได้บ่อย ๆ 👩🏻‍💻

จบเเล้วค่ะ 😄

ใส่ความเห็น